×

การบริโภคและผลิตที่ยั่งยืน

จะให้เกิดการผลิตสินค้าและบริการที่ยั่งยืนได้อย่างมั่นคงนั้นก็ต้องมีตลาดเป็นตัวขับเคลื่อนแต่บางท่านก็อาจจะคิดตรงข้ามว่าถ้าไม่มีสินค้าให้ซื้อแล้วจะเกิดการบริโภคได้อย่างไร? ดูเหมือนจะเป็นปัญหา”ไก่กับไข่” แต่ที่แน่ๆคือทุกท่านเป็นผู้บริโภคแต่ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ผลิต ดังนั้นหากต้องการให้มีสินค้าและบริการที่ผลิตได้มาตรฐานสิ่งแวดล้อมและแรงงานแล้วก็คงจะต้องเริ่มที่ตัวเราต้องเรียกร้องสินค้านั้นๆให้มากขึ้น เชิญดูรายละเอียดได้จากองค์กรที่จัดตั้งขึ้นเพื่อให้ข้อมูลเพื่อเพิ่มความรู้ต่อไปครับ https://www.thaiscp.net และ http://unglobalcompact.org

WFH ชินซะแล้ว

ที่อังกฤษ: พนักงานที่ทำงานที่บ้านชักจะ “ชิน” กับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้แล้ว หากพนักงานไทยของเราเกิดความสะดวกและคุ้นชินกับการทำงานที่บ้านก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกแล้ว สำหรับผมเองมีความเห็นว่าการประชุมนอกสถานที่ก่อนจะมีมาตรการ WFH นั้นมีต้นทุนทางการเงินและเวลามากกว่าการประชุมที่บ้านผ่านระบบ Online ยิ่งไปกว่านั้นประสิทธิภาพของการประชุม Online จะมากกว่าด้วยซ้ำเพราะในบางวันเราสามารถประชุมสองแห่งได้ในเวลาเดียวกันหรือใกล้เคียงกันโดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง อ่านเพิ่ม :https://www.bbc.com/news/business-58091059

ห่วงโซ่การผลิตกับความยั่งยืน

เพื่อตอบโจทย์การผลิตที่ยั่งยืนนั้นผู้ผลิตจะต้องพัฒนาตลอดห่วงโซ่ผลิตภัณฑ์ การคำนวนอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพียงข้อใดข้อต่อหนึ่งนั้นย่อมไม่ตอบโจทย์เพราะเมื่อตรวจสอบย้อนกลับผลิตภัณฑ์สุดท้าย (Tracebility) ก็จะพบว่ายังมีผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมอยู่มาก ดังนั้นผู้ผลิตทุกข้อต่อของห่วงโซ่จึงต้องร่วมมือกันในการลดก๊าซฯเพื่อนำสู่ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานยั่งยืนอย่างแท้จริง การบูรณาการผู้ประกอบการเหล่านี้จึงเป็นปัญหาว่าใครจะ “เริ่มก่อน” รูปประกอบจะแสดงให้เห็นถึงห่วงโซ่ของปศุสัตว์ไทยที่ได้เริ่มพัฒนาความยั่งยืนโดยเริ่มจากข้อต่อ “สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย”

อาหารกับสิ่งแวดล้อม

ผลกระทบของการผลิตอาหารเริ่มตั้งแต่วัตถุดิบ (Farm) จนถึงส้อม (Fork) เป็นไปตามกลุ่มประเทศใน EU ที่ต้องการตรวจสอบตลอดห่วงโซ่ ผู้ที่บทบาทจึงประกอบด้วยเกษตรกร นักวิทยาศาสตร์ ผู้ค้าปลีกและผู้บริโภค อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bbc.com/reel/video/p099q7hc/how-to-cut-your-food-s-climate-footprint

คำว่า “ความยั่งยืน”

คำนี้คงไม่ได้หมายถึงการทำธุรกิจที่ได้กำไรอย่างยั่งยืนแต่หมายถึงการทำธุรกิจที่ไม่กระทบสิ่งแวดล้อม ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นผลให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นจนเกิดอันตรายต่อมนุษยชาติ พืชและสัตว์ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหานี้ประเทศทั่วโลกจึงกำลังจะกำหนดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Green House Gases) ต่อหน่วยสินค้าและบริการ เพื่อไม่ให้อุณหภูมิโลกร้อนเกิน 1.5 องศา C ในปี ค.ศ. 2050 เนื่องจากประเทศในโลกนี้มีระดับการพัฒนาที่แตกต่างกัน การลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจึงกระทบกับการพัฒนาเศรษฐกิจโดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศกำลังพัฒนาซึ่งมีไทยอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย ข้อแนะนำสำหรับผู้ประกอบการไทยคือต้องติดตามข่าวสารและ/หรือเข้าร่วมกับองค์กรเอกชนและรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษา วิจัย กำหนดกลยุทธ์ โครงการโดยไม่ชักช้า พรศิลป์ 7 สิงหาคม 2564

ความยั่งยืน

ผู้ประกอบการด้านปศุสัตว์ตั้งแต่เมล็ดพันธุ์พืชที่ใช้เป็นอาหารสัตว์จนถึงสินค้าสุดท้ายที่เข้าสู่ตลาดจะต้องพัฒนากระบวนการผลิตของตนไม่ให้เป็น”พิษ”ต่อสิ่งแวดล้อม แรงงาน และความปลอดภัยต่อสุขภาพ ขอให้พัฒนาห่วงโซ่ผลิตภัณฑ์ของตนตามมาตรฐานโดยไม่เน้นพัฒนาเฉพาะกระบวนการผลิตของสินค้าตนเท่านั้น การที่ผู้ผลิตจะสามารถดำเนินให้ได้ผลนั้นจะต้องเริ่มที่การติดตามการเปลี่ยนแปลงของตลาดอย่างใกล้ชิด พรศิลป์ 5 ส.ค. 2564

1 113 114 115 117
Right Menu Icon