×

จี้ คน. เร่งตรวจสต๊อกพ่อค้าข้าวโพด อย่าเป็น “มวยล้มต้มคนดู” ทางแก้ราคาพุ่ง

Please enter correct URL of your document.

รศ.ดร.ชินสัคค สุวรรณอัจฉริย นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ เขียนบทความเรื่อง ตรวจสต๊อกพ่อค้าป้องกักตุน ทางแก้ข้าวโพดราคาพุ่ง ความว่า

สถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน ส่งผลถึงระดับราคาธัญพืชซึ่งเป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อยูเครนระงับการส่งออกข้าวสาลี รวมถึงอาร์เจนตินาที่ระงับการส่งออกถั่วเหลือง และอีกหลายประเทศที่ทยอยระงับการส่งออกธัญพืช เพื่อรักษาไว้ซึ่งความมั่นคงทางอาหารของตนเอง 

กลับมาดูราคาข้าวโพดในประเทศไทย ราคาพุ่งสูงขึ้นมาตลอดตั้งแต่ก่อนเกิดสงคราม ล่าสุดสูงถึงกิโลกรัม(กก.)ละ 13 บาท (จากปี 64 อยู่ที่ราคา 10.05 บาท/กก.) ส่งผลกระทบถึงต้นทุนการผลิตของเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์อย่างหนัก และนำไปสู่การเรียกร้องขอให้รัฐแก้ปัญหาทั้งปริมาณและราคาวัตถุดิบโดยเร่งด่วน ก่อนเกิดวิกฤตความมั่นคงทางอาหารของประเทศ 

ความต้องการใช้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในไทยมีอยู่ราว 8 ล้านตันต่อปี แต่มีผลผลิตในประเทศเพียง 5 ล้านตันต่อปี ขาดแคลนถึง 3 ล้านตันต่อปี จึงต้องมีการหาวัตถุดิบทดแทน เช่น ข้าวสาลี ซึ่งรัฐอ้างการดูแลผู้ปลูกข้าวโพดในประเทศ จึงตั้งมาตรการ 3:1 (ซื้อข้าวโพด 3 ส่วน จึงจะนำเข้าข้าวสาลี 1 ส่วน) มาตั้งแต่ปี 2561

กระทั่งปัจจุบันมาตรการดังกล่าว กลายเป็นอุปสรรคในการแก้สถานการณ์วัตถุดิบ เป็นที่มาของการผลการประชุมร่วมระหว่างภาครัฐ เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด ข้าว มันสำปะหลัง เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ และโรงงานอาหารสัตว์ เมื่อวันที่ 15 มี.ค.2565

ในที่สุดที่ประชุมก็มีมติเห็นชอบให้ยกเลิก มาตรการ 3 : 1 เป็นการชั่วคราว เพื่อให้มีวัตถุดิบเพียงพอต่อการผลิต และบรรเทาภาระต้นทุนการผลิตอาหารสัตว์ ซึ่งเชื่อมต่อไปถึงต้นทุนการผลิตของผู้เลี้ยงสัตว์ แต่ที่ผิดสังเกตคือการจำกัดระยะเวลาที่สั้นเพียงถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2565 ทั้งยังจำกัดโควต้าจำนวนนำเข้าด้วย จนไม่เกิดประโยชน์ใด ๆ ตามวัตถุประสงค์

ขณะที่วิกฤตสงครามรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลให้ยูเครนประกาศระงับการส่งออกธัญพืชรวมทั้งข้าวสาลี ทำให้ราคาของข้าวสาลีในตลาดโลกราคาสูงขึ้นใกล้เคียงกับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์คือที่ 13.00 บาทต่อ กก.(จากปกติจะมีราคาต่ำกว่าข้าวโพดประมาณ 1 บาท) เมื่อราคาเท่ากันก็ไม่จูงใจให้เกิดการนำเข้าข้าวสาลีในช่วงนี้เพื่อทดแทนข้าวโพด

ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่ราคาข้าวโพดในประเทศไม่ควรอยู่ในระดับสูง ในขณะที่กระทรวงพาณิชย์กำลังดำเนินการแก้ปัญหาต้นทุนการผลิตอาหารสัตว์ ย่อมต้องแสดงกึ๋นและฝีมือในการจัดการสถานการณ์อย่างเร่งด่วนให้ทันเหตุการณ์  อะไรเป็นอุปสรรคทำต้นทุนสูงต้องรีบเคลียร์ รวมถึงปัจจัยเอื้อให้ราคาสูงนอกเหนือจากสถานการณ์สงคราม เช่น การกักตุนเพื่อเก็งกำไร เพราะช่วงที่ผ่านมาเป็นช่วงที่เกษตรกรเก็บเกี่ยวข้าวโพดทั้งหมดและขายให้ไปอยู่ในสต๊อกของพ่อค้าพืชไร่หมดแล้ว

อันที่จริงเคยมีการร้องเรียนให้ภาครัฐตรวจสต็อกวัตถุดิบอาหารสัตว์ของพ่อค้าพืชไร่ เพราะปริมาณข้าวโพดในตลาดน้อยลงจนผิดสังเกต แต่ภาครัฐกลับเข้าตรวจสต๊อกของโรงงานอาหารสัตว์แทน ทั้ง ๆ ที่โรงงานเหล่านี้รายงานสต๊อกให้กรมการค้าภายในทราบทุกๆ 10 วันเป็นประจำตามปกติอยู่แล้ว คล้ายเป็นมวยล้มต้มคนดู

ทำให้เกิดข้อสงสัยอย่างกว้างขวางว่าเหตุใดรัฐจึงละเลยการตรวจสต๊อกพ่อค้าซึ่งเป็นคนกุมปริมาณข้าวโพดไว้ในมือทั้งหมด ส่งผลให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ยังคงต้องจ่ายค่าข้าวโพดราคาแพงมาโดยตลอด  

หากมีการกักตุนผลผลิตข้าวโพด ย่อมผลักดันให้ราคาพุ่งสูงขึ้นได้มาก โดยไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดลงที่จุดใดเพราะไม่มีเพดานราคา กำกับ ภาคผู้ผลิตและผู้เลี้ยงต้องซื้อวัตถุดิบในราคาที่สูงขึ้นเรื่อยๆ แบกรับภาระต้นทุนอย่างหนักหน่วง แต่รัฐกลับขอให้ตรึงราคาสินค้าปศุสัตว์ ทั้งไก่เนื้อ ไข่ไก่  ซึ่งในที่สุดเกษตรกรผู้ผลิตอาหารจะอยู่ไม่ได้   

นอกจากนี้ ตัวเลขปริมาณการส่งออกวัตถุดิบทั้ง 2 รายการจากกรมศุลกากร พบว่าในปี 2564 มีการส่งออกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์กว่า 93,615 ตัน เฉพาะช่วงเดือน พ.ย. และ ธ.ค. ส่งออกรวมกันถึง 65,930 ตัน และในส่วนของกากถั่วเหลืองตลอดปี 2564 มีการส่งออกถึง 103,091 ตัน หากภาครัฐยังคงนโยบายอนุญาตให้ส่งออกข้าวโพดได้อย่างเสรี และส่งออกกากถั่วเหลืองได้ร้อยละ 20 ของกำลังการผลิตของโรงสกัดน้ำมันถั่วเหลือง ปริมาณวัตถุดิบก็จะไม่เพียงพอ และเป็นผลให้ราคาในประเทศสูงขึ้นต่อเนื่องดังเช่นที่เป็นอยู่ในขณะนี้

ดังนั้น รัฐบาลไทยควรระงับการส่งออกวัตถุดิบอาหารสัตว์ ทั้งข้าวโพดและกากถั่วเหลืองเป็นการชั่วคราวจนกว่าสถานการณ์วิกฤตจะคลี่คลายลง เพื่อคงปริมาณวัตถุดิบดังกล่าวให้สอดคล้องกับความต้องการ ซึ่งจะเป็นการบรรเทาการขาดแคลน และส่งผลทางจิตวิทยาให้ระดับราคาข้าวโพดในประเทศลดลงได้  

นาทีนี้กรมการค้าภายใน(คน.) กระทรวงพาณิชย์ ควรแสดงความจริงใจในการแก้ปัญหาวัตถุดิบโดยเร่งตรวจสอบสต๊อกพ่อค้าพืชไร่โดยด่วน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการลดต้นทุน ซึ่งจะส่งผลไปถึงเกษตรกรคนเลี้ยงสัตว์ด้วย นอกจากนี้ ยังควรตัดสินใจให้เกษตรกรคนเลี้ยงสัตว์สามารถขายสินค้าในราคาที่สอดคล้องต้นทุน ไม่ใช่กดดันให้แบกต้นทุนสูงแต่ขายราคาต่ำ จนส่งผลกระทบไปตลอดห่วงโซ่

ที่มา: https://www.thansettakij.com/economy/518891

บทความที่คุณน่าจะสนใจ

จดหมายข่าวปศุสัตว์ยั่งยืน (Sustainable Livestock Newsletter)  ปีที่ 4 ฉบับที่ 23 ประจำเดือน มิถุนายน – กรกฏาคม 2569

✨ ไฮไลท์ในฉบับนี้ 🌱 ความคืบหน้าด้านวัตถุดิบยั่งยืน ติดตามความก้าวหน้าโครงการ Fishery Improvement Project (FIP) ร่วมขับเคลื่อนการใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์และข้าวอย่างยั่งยืน ต้อนรับคณะผู้แทนการค้าถั่วเหลืองจากสหรัฐอเมริกา (U.S. Soybean Trade Mission) 🤝 กิจกรรมความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร TFMA และ TSFR ร่วมเป็นวิทยากรในงาน Responsible Seafood Summit 2026

จดหมายข่าวปศุสัตว์ยั่งยืน (Sustainable Livestock Newsletter) 📌 ปีที่ 4 ฉบับที่ 22 ประจำเดือน เมษายน – พฤษภาคม 2569

✨ ไฮไลท์ในฉบับนี้🌱 ความคืบหน้าด้านวัตถุดิบยั่งยืน🤝 กิจกรรมความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร📢 ข่าวประชาสัมพันธ์ 363

ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568

(9 เมษายน 2569) สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย ได้จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 ณ ห้องประชุมสุรศักดิ์ 2-3 ชั้น 11 โรงแรมอีสติน แกรนด์ สาทร โดยมีสมาชิกสมาคมเข้าร่วมประชุมทั้งสิ้น 29 บริษัท จากทั้งหมด 54 บริษัท… 487

ราคา

Price
วัตถุดิบอาหารสัตว์ต่อเดือน

ข้อมูล

Information
ประชากรสัตว์เเละภาษี

กฏระเบียบ

Rules and Regulations
พรบ.

บทความ

Research and Articles
งานวิจัยเเละอื่นๆ

Right Menu Icon