×

ภาษีคาร์บอนข้ามพรมแดน โจทย์ใหญ่ปศุสัตว์ไทยลดปล่อยก๊าซ

Please enter correct URL of your document.

ผู้เลี้ยงหมูในประเทศไทยเวลานี้ นอกจากจะต้องยกระดับการสร้างมาตรฐานฟาร์มให้มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสมในสุกร (GFM) เพื่อไม่ให้ประสบปัญหาโรคระบาดแอฟริกันในสุกร (ASF) ซ้ำอีกครั้ง ชั่วโมงนี้จะต้องนำกลไกการพัฒนาที่สะอาดลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในฟาร์มสุกร ปรับประสิทธิภาพด้านต่างๆ รวมถึงผู้ประกอบการเลี้ยงสัตว์ชนิดอื่นๆ เกษตรกรผู้ปลูกพืชอาหารสัตว์ จะต้องทำธุรกิจรักษ์โลก ลดปล่อยก๊าซไม่ให้ตกขบวนกระแสโลก  ก็น่าจับตาปศุสัตว์ไทยจะไปทิศทางไหน

จากข้อมูลภาคเกษตรและอาหารมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเกือบ 1 ใน 3 ของปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก ประมาณ 5.4 หมื่นล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า เฉพาะภาคปศุสัตว์ปล่อยก๊าซประมาณ 7.2 พันล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือราว 13% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมด ถือเป็นภาคที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง โดยการผลิตอาหารสัตว์ปล่อยก๊าซมากที่สุด 45% รองลงมากระบวนการหมักในระบบย่อยอาหารปลดปล่อย 39% และอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ปล่อยก๊าซมากที่สุด โดยเฉพาะเนื้อวัวปล่อยก๊าซถึง 60 กิโลกรัมต่อผลิตภัณฑ์

ในไทยภาคเกษตรปล่อยก๊าซอันดับสองรองจากภาคพลังงาน  โดยการเพาะปลูกข้าวปล่อยก๊าซ 51% การปล่อย N2O จากดิน 21.99% และปศุสัตว์ 21.46%  เมื่อสำรวจการส่งออกสินค้าปศุสัตว์ไทย พบว่า สินค้าปศุสัตว์และอาหารสัตว์ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงสุดเมื่อเทียบกับสินค้าเกษตรอื่นๆ มีการส่งออกไปสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกาจำนวนมาก มูลค่ากว่า 7 หมื่นล้านบาทต่อปี

ปัญหาในปัจจุบันผู้ประกอบการปศุสัตว์หรือกลุ่มผู้ผลิตอาหารสัตว์ในไทยไม่มีข้อมูลว่า ในแต่ละกระบวนการมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกมาในปริมาณเท่าไหร่ชัดเจน  ขาดการเตรียมความพร้อมเพื่อปรับตัวรองรับกับมาตรการใหม่เกี่ยวข้องกับการลดคาร์บอนที่หลายประเทศเร่งผลักดัน ซึ่งจะกระทบต่อปศุสัตว์บ้านเรา ต้นทุนการผลิตจะสูงขึ้น

ความตื่นตัวกับปัญหานี้นำมาสู่พิธีลงนามความร่วมมือโครงการด้านการลดก๊าซเรือนกระจกในห่วงโซ่อุตสาหกรรมปศุสัตว์ไทย (Thai Livestock Technical Consortium for Climate Neutrality, LCCN) ระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) กับกลุ่มภาคีปศุสัตว์และสัตว์น้ำไทย ทั้ง 9 สมาคมประกอบด้วย สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย, สมาคมสัตวบาลแห่งประเทศไทย, สมาคมสัตวแพทย์ควบคุมฟาร์มสุกรไทย, สมาคมสัตวแพทย์ควบคุมฟาร์มสัตว์ปีก, สมาคมสัตวแพทย์สัตว์น้ำไทย, สมาคมสัตวแพทย์ผู้ควบคุมฟาร์มสัตว์เคี้ยวเอื้อง, สมาคมธุรกิจเวชภัณฑ์สัตว์, สมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ไทย และสมาคมผู้เลี้ยงโคนมไทยโฮลสไตน์ฟรีเชี่ยน เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางวิชาการ งานวิจัย และการพัฒนาบุคลากรร่วมกัน

ดร.พฤฒิกา โรจน์กิตติคุณ ผู้อำนวยการสำนักประเมินและรับรองโครงการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก  (องค์การมหาชน)  กล่าวว่า ในการประชุม COP 26 ที่ผ่านมาประเด็นสำคัญทุกประเทศเห็นร่วมกันจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกไม่ให้เพื่มขึ้นเกิน 1.5 องศา และเรียกร้องให้ประเทศทบทวนเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปี 2030 และขอให้มีการส่งเป้าหมายภายในปีนี้  รวมถึงเชิญชวนให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยก๊าซมีเทนด้วย นอกจากลดปล่อยก๊าซคาร์บอน ซึ่งเกี่ยวข้องกับไทยมาก

  นอกจากนี้ ประเทศที่พัฒนาแล้วต้องสนับสนุนเงินทุนให้กับประเทศกำลังพัฒนาในการปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ จะเห็นได้ว่า จากข้อตกลงปารีสถึงกลาสโกว์เน้นการลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่ง 81 ประเทศประกาศเป้าหมายปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-zero emissions) และอีกกว่า 60 ประเทศอยู่ระหว่างพิจารณาเป้าหมายดังกล่าว ในส่วนไทยมี 2 เป้าหมาย คือ ความเป็นกลางทางคาร์บอน (คาร์บอนนิวทรัล)  ในปี 2050 และปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ ในปี 2065  

“ ทิศทางโลกมุ่งสู่พลังงานสะอาดและกระบวนการผลิตอาหารที่ยั่งยืน  สหรัฐจะจัดเก็บค่าธรรมเนียมปรับคาร์บอนข้ามพรมแดน (carbon  border tax) สำหรับสินค้านำเข้าที่ปล่อยคาร์บอนในปริมาณสูง เพื่อป้องกันการรั่วไหลของคาร์บอน โดยจะจัดเก็บเมื่อผู้ประกอบการนำเข้าสินค้าจากประเทศที่มีนโยบายสิ่งแวดล้อมต่ำกว่าสหรัฐ คาดว่าจะเริ่มใช้ปี2024 ส่วนอียูมีแผนปฏิรูปสีเขียว มาตรการสำคัญที่อาจกระทบผู้ประกอบการไทย คือ การเก็บค่าธรรมเนียม หรือภาษีคาร์บอน (CBAM)ของสินค้าที่นำเข้า เริ่มรายงานปี 2023 และบังคับใช้เต็มรูปแบบปี 2026  มาตรการเหล่านี้มีโอกาสจะขยายรายการสินค้าที่ครอบคลุมภาคเกษตรในอนาคต  ไทยต้องติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ” ดร.พฤฒิกา เน้นย้ำ

เหตุที่ภาคเกษตรและปศุสัตว์ต้องสนใจเรื่องก๊าซเรือนกระจก ผอ.สำนักประเมินฯ บอกว่า ไทยมีความเปราะบางต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เราส่งออกสินค้าเกษตรสำคัญ มันสำปะหลัง อ้อย ข้าว ถ้าอุณหภูมิเปลี่ยนแปลงจะกระทบต่อเกษตรกร ผลผลิตจะลดลง รายได้ก็ลดลง เราต้องปรับตัวและร่วมลดก๊าซ

อีกส่วนเป็นการตอบสนองความต้องการตลาดผู้บริโภคสีเขียว  อียูทำวิจัยพบ 57% ของผู้บริโภคใส่ใจสิ่งแวดล้อม 2ใน3 ของผู้บริโภคให้ความสำคัญโลกร้อนเลือกผลิตภัณฑ์ที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ หากปศุสัตว์มีการทำข้อมูลการปล่อยก๊าซ องค์กรสามารถนำข้อมูลไปบริหารจัดการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้  ทั้งยังแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม

การเตรียมพร้อมรับมือกับโลกร้อน ดร.พฤฒิกา กล่าวว่า ขณะนี้เทคโนโลยีมีความก้าวหน้าสามารถปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีและจัดการเพื่อลดก๊าซเรือนกระจก FAO พูดถึงการพัฒนาวิธีให้อาหารสัตว์ การจัดการมูลสัตว์ บางบริษัทผลิตอาหารที่เหมาะกับช่วงวัยของสัตว์ เช่น อาหารไก่ไข่รักษ์โลก อาหารสุกรรักษ์สิ่งแวดล้อม ลดปริมาณไนโตรเจนในสิ่งขับถ่าย หรือนำมูลสัตว์ไปทำความร้อน ผลิตกระแสไฟฟ้า การเพาะปลูกข้าวแบบเปียกสลับแห้ง  ซึ่งเป็นทางเลือกใหม่ๆ  รวมถึงทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร 

“ ทางเลือกที่น่าสนใจเป็นคาร์บอนเครดิตจากโครงการT-Ver หรือกลไกลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานประเทศไทย จะส่งเสริมการลดก๊าซ รับรองคาร์บอนเครดิต องค์กรนำไปใช้ซื้อขายแลกเปลี่ยนได้ ภาคปศุสัตว์สามารถจัดการมูลสัตว์ นำน้ำเสียไปผลิตไฟฟ้า พัฒนาเป็นโครงการคาร์บอนเครดิตได้ ตัวอย่าง อบต.ท่ามะนาว ทำโครงการรวบรวมและจัดเก็บก๊าซชีวภาพจากระบบบำบัดน้ำเสียแบบไร้อากาศฟาร์มหมู มีฟาร์มร่วม 8 โรงเรือน นำก๊าซไปใช้สำหรับ230 ครัวเรือน ก่อนขยายผลเพิ่มอีก4ฟาร์ม ส่งก๊าซสำหรับ 206 ครัวเรือน ลดก๊าซเรือนกระจกได้ 4พันตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า  ขายคาร์บอนเครดิตแล้ว 8 ยูโรต่อตัน  ”  ดร.พฤฒิกาให้ภาพชัดๆ

 เธอมองว่า ไทยยังต้องการเวทีแลกเปลี่ยนและรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับมาตรการใหม่ๆ ที่สนับสนุนให้อุตสาหกรรมปศุสัตว์ไทยมีเป้าหมายลดก๊าซที่ชัดเจน ทั้งสิทธิประโยชน์ทางภาษี มาตรการสนับสนุนเพื่อมีส่วนร่วมพิชิตสองเป้าหมายของไทย

ด้าน ศ.ดร.นวดล เหล่าศิริพจน์ ผู้อำนวยการบัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม หรือ JGSEE กล่าวว่า อุตสาหกรรมปศุสัตว์ไทยเป็นภาคส่วนที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะมีเทนในอัตราที่สูงมาก ทั้งจากกระบวนการผลิตอาหารสัตว์ และระหว่างการผลิตปศุสัตว์ ส่งผลต่อภาวะโลกร้อนอย่างมีนัยสำคัญ ปัจจุบันผู้ประกอบการปศุสัตว์หรือกลุ่มผู้ผลิตอาหารสัตว์ในไทยไม่มีข้อมูลว่าแต่ละกระบวนการปล่อยก๊าซปริมาณเท่าไหร่ มีเพียงรายงานผลการศึกษาในต่างประเทศเท่านั้น 

ประเด็นที่ทาง มจธ. สามารถช่วยกลุ่มภาคีปศุสัตว์  ศ.ดร.นวดล ระบุจะศึกษาหาข้อมูลพื้นฐาน ณ ปัจจุบัน Baseline ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประเภทต่างๆ จากห่วงโซ่อุตสาหกรรมปศุสัตว์ไทย โดยการประเมินวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ และการประเมินคาร์บอนฟุตพรินต์ในแต่ละกระบวนการของอุตสาหกรรมปศุสัตว์

 “ การพัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่สามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก มุ่งเน้นก๊าซมีเทน เช่น การพัฒนาสูตรอาหารสัตว์โดยการเติมจุลินทรีย์ลงไปอาจทำให้ระบบการย่อยของสัตว์ดีขึ้น การวิเคราะห์จุลชีพในระบบทางเดินอาหารของสัตว์เพื่อออกแบบวิธีการให้อาหารสัตว์ที่เหมาะสม การพัฒนาอาหารเสริมสำหรับสัตว์ การพัฒนาปุ๋ยชีวภาพเพื่อใช้ปลูกพืชที่นำมาใช้ผลิตอาหารสัตว์ให้สามารถลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกระหว่างเพาะปลูก “

รวมถึงอาจเริ่มที่อาหารสัตว์ด้วยการพัฒนาการผลิตวัตถุดิบอาหารสัตว์ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ข้าว และมันสำปะหลังในประเทศให้เข้าสู่ระบบวัตถุดิบสีเขียว ซึ่ง มจธ.มีศักยภาพสนับสนุนทางวิชาการ

นอกจากนี้ มจธ.จะวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตก๊าซชีวภาพที่มีประสิทธิภาพสูงจากมูลสัตว์ การหมุนเวียนของเสียในฟาร์มมาใช้ประโยชน์ตามโมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียน การเพิ่มประสิทธิภาพและนำเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนมาใช้ในการผลิตอาหารสัตว์และการผลิตปศุสัตว์ การปรับปรุงระบบโลจิสติกส์และขนส่ง  นำกลไกซื้อขายคาร์บอนมาประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมปศุสัตว์  และการพัฒนาทักษะให้กับบุคลากรอุตสาหกรรมนี้ เช่น ไบโอแก๊สเพื่อให้เข้าใจเรื่องแนวทางลดปริมาณการปล่อยก๊าซ

 ความร่วมมือกันครั้งนี้ส่งสัญญาณที่ดี ธุรกิจปศุสัตว์ตระหนักถึงปัญหาการปล่อยก๊าซโลกร้อนในปัจจุบันและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ถ้าไม่ลุกขึ้นมาจัดการตั้งแต่ตอนนี้ดูเหมือนจะสายเกินแก้!!

ที่มา: https://www.thaipost.net/environment-news/84564/

บทความที่คุณน่าจะสนใจ

จดหมายข่าวปศุสัตว์ยั่งยืน (Sustainable Livestock Newsletter)  ปีที่ 4 ฉบับที่ 23 ประจำเดือน มิถุนายน – กรกฏาคม 2569

✨ ไฮไลท์ในฉบับนี้ 🌱 ความคืบหน้าด้านวัตถุดิบยั่งยืน ติดตามความก้าวหน้าโครงการ Fishery Improvement Project (FIP) ร่วมขับเคลื่อนการใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์และข้าวอย่างยั่งยืน ต้อนรับคณะผู้แทนการค้าถั่วเหลืองจากสหรัฐอเมริกา (U.S. Soybean Trade Mission) 🤝 กิจกรรมความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร TFMA และ TSFR ร่วมเป็นวิทยากรในงาน Responsible Seafood Summit 2026

จดหมายข่าวปศุสัตว์ยั่งยืน (Sustainable Livestock Newsletter) 📌 ปีที่ 4 ฉบับที่ 22 ประจำเดือน เมษายน – พฤษภาคม 2569

✨ ไฮไลท์ในฉบับนี้🌱 ความคืบหน้าด้านวัตถุดิบยั่งยืน🤝 กิจกรรมความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร📢 ข่าวประชาสัมพันธ์ 371

ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568

(9 เมษายน 2569) สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย ได้จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 ณ ห้องประชุมสุรศักดิ์ 2-3 ชั้น 11 โรงแรมอีสติน แกรนด์ สาทร โดยมีสมาชิกสมาคมเข้าร่วมประชุมทั้งสิ้น 29 บริษัท จากทั้งหมด 54 บริษัท… 493

ราคา

Price
วัตถุดิบอาหารสัตว์ต่อเดือน

ข้อมูล

Information
ประชากรสัตว์เเละภาษี

กฏระเบียบ

Rules and Regulations
พรบ.

บทความ

Research and Articles
งานวิจัยเเละอื่นๆ

Right Menu Icon