×

อัพเดท “ประกันรายได้เกษตรกร”สินค้าเกษตร 5 พืช ปี3

Please enter correct URL of your document.

“ประกันรายได้เกษตรกรปี 3 “ ชดเชยส่วนต่าง “ประกันราคา” ปาล์มน้ำมัน ยางพารา ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง ข้าว “มัลลิกา” อัพเดท คืบหน้า “จุรินทร์” ประกาศ สั่งเดินหน้าช่วยเกษตรกรร่วม 8 ล้านครัวเรือน ชง ครม. เร็ว ๆ นี้

เมื่อ 25 กรกฎาคม 2564 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ครบ 2 ปี ต่อรัฐสภาไปนั้นทำหน้าที่ตามเงื่อนไขการเข้าร่วมรัฐบาลและหนึ่งในนั้นคือนโยบายช่วยเกษตรกรใน “โครงการประกันรายได้เกษตรกร”

นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากการติดตามผลสรุปเชิงนโยบายของนายจุรินทร์และรัฐบาลเพื่อเดินหน้าปีที่3ของโครงการตามนโยบาย ล่าสุดคณะกรรมการนโยบายสินค้าเกษตรพืช 4 ชนิด ได้แก่ ข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และ ยางพารา ได้เห็นชอบหลักการโครงการประกันรายได้สินค้าเกษตรและมาตรการคู่ขนาน ปี 2564/65 ในเบื้องต้นแล้วอยู่ระหว่างการนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาแล้ว

ยังเหลือในส่วนของ “ปาล์มน้ำมัน” อยู่ระหว่างการนำเสนอ คณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) พิจารณาเห็นชอบ ก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไปเช่นกัน สำหรับผลการดำเนินโครงการประกันรายได้และมาตรการคู่ขนาน ปี 2563/64 หรือสรุปของปี2 มีเกษตรกรที่มีสิทธิเข้าร่วมโครงการทั้ง 5 สินค้า รวม 7.87 ล้านครัวเรือน วงเงินประกันรายได้5 สินค้า รวม 75,166.70 ล้านบาท โดยมีการโอนเงินชดเชยให้เกษตรกรแล้ว 6.964 ล้านครัวเรือน รวมเป็นเงิน 60,041.95 ล้านบาท คิดเป็น 79.88%

นางมัลลิกา ระบุว่า การประกันรายได้ข้าว กำหนดราคาประกันรายได้เหมือนกันทุกปี คือ ข้าวเปลือกหอมมะลิ 15,000 บาท/ตัน (ปริมาณครัวเรือนละ 14 ตัน) ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ 14,000 บาท/ตัน (ปริมาณครัวเรือนละ 16 ตัน) ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี 11,000 บาท/ตัน (ปริมาณครัวเรือนละ 25 ตัน) ข้าวเปลือกเจ้า 10,000 บาท/ตัน (ปริมาณครัวเรือนละ 30 ตัน) ข้าวเปลือกเหนียว 12,000 บาท/ตัน (ปริมาณครัวเรือนละ 16 ตัน) โดยมีเกษตรกรจำนวน 4.686 ล้านครัวเรือนเข้าร่วมโครงการ วงเงิน 49,509.81 ล้านบาท

ประกาศเกณฑ์กลางอ้างอิงครบแล้วทั้ง 30 งวด โดยได้โอนเงินให้เกษตรกรแล้ว 4.688 ล้านครัวเรือน จำนวน 48,177.32 ล้านบาท เป็น 97.31% ซึ่งมีการจ่ายชดเชยสูงสุดให้เกษตรกร สำหรับข้าวหอมมะลิ 42,830.62 บาท/ครัวเรือน ข้าวหอมมะลินอกพื้นที่ 41,680.96 บาท/ครัวเรือน ข้าวเปลือกเจ้า 36,670.80 บาท/ครัวเรือน

ข้าวปทุมธานี 26,674.00 บาท/ครัวเรือน และข้าวเหนียว 33,349.44 บาท/ครัวเรือน และสำหรับโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2564/65 หรือปี 3 มติคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) เมื่อวันที่ 23 ส.ค. 64 เห็นชอบโครงการโดยให้คงหลักการเดิม วงเงิน 89,306.39 ล้านบาท ก่อนนำเสนอ ครม. พิจารณาต่อไป
มันสำปะหลัง กำหนดราคาประกัน 2.50 บาท/กก. ไม่เกิน 100 ตัน/ครัวเรือน มีการจ่ายทุกวันที่ 1 ของเดือน โดยจ่ายไปแล้ว 10 งวด จากจำนวน 12 งวด มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ จำนวน 0.524 ล้านครัวเรือน วงเงิน 9,570.97 ล้านบาท โดยโอนเงินให้เกษตรกรแล้ว 0.484 ล้านครัวเรือน จำนวน 3,084.13 ล้านบาท (32.22%) ซึ่งมีการจ่ายชดเชยสูงสุดให้เกษตรกร 28,000 บาท/ครัวเรือน สำหรับโครงการประกันรายได้ ปี 3 มติคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการทันสำปะหลัง (นบมส.) เมื่อวันที่ 19 ส.ค. 64 ให้คงหลักการเดิม วงเงิน 6,811.28 ล้านบาท ก่อนนำเสนอ ครม. พิจารณาต่อไป

“ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์” กำหนดราคาประกัน 8.50 บาท/กก. ไม่เกิน 30 ไร่/ครัวเรือน มีการจ่ายเงินชดเชยทุกวันที่ 20 ของเดือน โดยจ่ายไปแล้ว 10 งวด จากจำนวน 12 งวด มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการจำนวน 0.452 ล้านครัวเรือน วงเงิน 1,867.92 ล้านบาท โดยโอนเงินให้เกษตรกรแล้ว 0.338 ล้านครัวเรือน จำนวน 1,233.51 ล้านบาท (66.04%) ซึ่งมีการจ่ายชดเชยสูงสุดให้เกษตรกร 9,625.50 บาท/ครัวเรือน สำหรับโครงการประกันรายได้ ปี 3 มติคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (นบขพ.) เมื่อวันที่ 11 ส.ค. 64 ให้คงหลักการเดิม วงเงิน 1,863.51 ล้านบาท ก่อนนำเสนอ ครม. พิจารณาต่อไป

“ปาล์มน้ำมัน” กำหนดราคาประกัน 4.00 บาท/กก. ไม่เกิน 25 ไร่/ครัวเรือน อายุ 3 ปีขึ้นไป มีการจ่ายเงินชดเชยทุกวันที่ 15 ของเดือน โดยประกาศราคาอ้างอิงแล้วจำนวน 8 งวด มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ จำนวน 0.370 ล้านครัวเรือน วงเงิน 4,500.00 ล้านบาท แต่ทั้งนี้ ราคาตลาดอ้างอิงงวดที่ 1 – 8 สูงกว่าราคาเป้าหมาย กก.ละ 4 บาทจึงไม่มีการจ่ายชดเชย

สำหรับโครงการประกันรายได้ ปี 3 มติคณะอนุกรรมการเพื่อบริหารจัดการปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มด้านการตลาด เมื่อวันที่ 11 ส.ค. 64 ให้คงหลักการเดิม วงเงิน 7,660 ล้าบาทโดยอยู่ระหว่าง นำเสนอคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.)ให้ความเห็นชอบก่อนนำเสนอ ครม. พิจารณาต่อไป

ในส่วน “ยางพารา” ซึ่งฝ่ายเลขาคือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้น กำหนดราคาประกัน ไม่เกิน 25 ไร่ อายุ 7 ปีขึ้นไป สำหรับยางดิบ (ปริมาณ 20 กก./ไร่/เดือน) 60 บาท/กก. น้ำยางสด (DRC 100%) (ปริมาณ 20 กก./ไร่/เดือน) 57 บาท/กก. และยางก้อนถ้วย (DRC 50%) (ปริมาณ 40 กก./ไร่/เดือน) 23 บาท/กก. มีการจ่ายชดเชยทุกเดือน ครบแล้วทั้ง 6 งวด มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการจำนวน 1.83 ล้านราย วงเงิน 10,042.82 ล้านบาท

โดยโอนเงินให้เกษตรกรแล้ว 1.454 ล้านราย จำนวน 7,546.994 ล้านบาท (77.66%) ซึ่งมีการจ่ายชดเชยสูงสุดให้เกษตรกรยางแผ่นดิบ 3,610.00 บาท/ราย น้ำยางสด (DRC 100%) 14,770.00 บาท/ราย และยางก้อนถ้วย (DRC 50%) 13,400.00 บาท/ราย สำหรับโครงการประกันรายได้ ปี 3 มติคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) เมื่อวันที่ 15 ก.ย. 64 เห็นชอบในหลักการ เดิม วงเงิน 10,065.68 ล้านบาท ก่อนเสนอ ครม. พิจารณาต่อไป
ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวด้วยว่า นโยบายรัฐบาลด้านการประกันรายได้พืชเศรษฐกิจหลักของประเทศนั้นเพื่อให้หลักประกันเกษตรกรและเห็นผลได้ชัดในภาวะวิกฤติหากพืชเศรษฐกิจราคาตกต่ำตามกลไกตลาดเกษตรกรจะมีรายได้เป็นส่วนต่างอีกกระเป๋าหนึ่งขณะเดียวกันก็ขายตามราคาตลาดอีกกระเป๋าหนึ่ง

ซึ่งกระเป๋าที่เป็นเงินส่วนต่างนั้นจ่ายตรงเข้าบัญชี ธ.ก.ส. ของเกษตรกรไม่มีรั่วไหลไม่เกิดการทุจริตทำให้นโยบายนี้ได้รับการยอมรับและประเมินแล้วเกษตรกรมีความพอใจ ขณะเดียวกันเมื่อเกิดภาวะวิกตโควิด-19 รายได้ที่อยู่ในกระเป๋าเกษตรกรกลายเป็นเงินทุนหมุนเวียนกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากช่วยประเทศชาติไว้อย่างทันท่วงทีด้วย แต่นอกเหนือจากโครงการนี้รัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังได้ยกระดับราคาโดยใช้มาตรการเสริมด้วย


สำหรับมาตรการเสริมหรือมาตรการคู่ขนาน สินค้าข้าว ได้แก่ 1) โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บ โดยเกษตรกรเก็บยุ้งฉาง ได้รับค่าฝากเก็บตันละ 1,500 บาท ระยะเวลา 1-6 เดือน ซึ่งเป้าหมายในปี 62/63 ปริมาณ 1.5 ล้านตัน ปี 63/64 ปริมาณ 1.82 ล้านตัน และปี 64/65 ปริมาณ 2.0 ล้านตัน 2) โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ซึ่งสหกรณ์ที่รวบรวมข้าว จะได้รับการชดเชยดอกเบี้ย 3% ระยะเวลา 6 เดือน เป้าหมายปีละ 1.5 ล้านตัน

3)โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต๊อก โดยการชดเชยดอกเบี้ย 3% ระยะเวลา 6 เดือน เป้าหมายปีละ 4 ล้านตัน นอกจากนี้ยังมีโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว โดยสนับสนุน 1,000 บาท/ไร่ ไม่เกินครัวเรือนละ 20 ไร่ โดยในปี 2563/64 มีงบประมาณวงเงินรวม 62,812.66 ล้านบาท

สินค้า “มันสำปะหลัง” ได้แก่ 1) โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมมันสำปะหลังและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร โดยชดเชยดอกเบี้ยให้สหกรณ์ 3% ระยะเวลา 12 เดือน เป้าหมายปี 62/63 และปี 63/64 อยู่ที่ 0.6 ล้านตัน และปี 64/65 ปรับเป้าหมายลดลงอยู่ที่ 0.2 ล้านตัน 2) โครงการชดเชยดอกเบี้ยในการเก็บสต๊อกมันสำปะหลัง โดยชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการ 3% ระยะเวลา 6 เดือนโดยปี 63/64 และปี 64/65 เป้าหมายปีละ 6 ล้านตันหัวมันสด นอกจากนี้มีการสนับสนุนเครื่องสับมันสำปะหลัง ปี 63/64 และปี 64/65 เป้าหมายปีละ 650 เครื่อง โดยในปี 2563/64 มีวงเงินงบประมาณรวม 280 ล้านบาท

สินค้า “ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์” ได้แก่ 1) สินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตร โดยชดเชยดอกเบี้ย 3% ระยะเวลา 6 เดือน เป้าหมายปี 62/63 และปี 63/64 อยู่ที่ 0.17 ล้านตัน และปี 64/65 ปรับเป้าหมายลดลงอยู่ที่ 0.15 ล้านตัน 2) โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวโพดในการเก็บสต๊อก โดยชดเชยดอกเบี้ย 3% ระยะเวลา 2-4 เดือน โดยในปี 2563/64 มีวงเงินงบประมาณรวม 60 ล้านบาท

“สินค้าปาล์มน้ำมัน” ได้แก่ 1) ผลักดันส่งออก ปี 63/64 เป้าหมาย 300,000 ตัน ส่งออก ระหว่าง ต.ค. 63 – ก.ย. 64 (อยู่ระหว่างเสนอ กนป. ขยายถึง ธ.ค. 64) ชดเชย 2 บาท/กก. โดยกำหนดเงื่อนไขการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ดังนี้ ปริมาณสต๊อกน้ำมันปาล์ม ต้องมากกว่า 300,000 ตัน และราคา CPO ในประเทศต้องสูงกว่าราคา CPO ตลาดโลก

สำหรับปี 64/65 คงหลักการเดิม เป้าหมาย 150,000 ตัน ส่งออกระหว่าง ม.ค.-ก.ย. 65 วงเงิน 300 ล้านบาท (อยู่ระหว่างเสนอ กนป.) 2) ติดตั้งมิเตอร์น้ำมันปาล์ม (ถังเก็บขนาด 1,000 ตันขึ้นไป) จำนวนไม่น้อยกว่า 469 ถัง กำหนดแล้วเสร็จ ก.พ. 65 โดยในปี 2563/64 มีวงเงินงบประมาณรวม 600 ล้านบาท

“สินค้ายางพารา” ได้แก่ 1) สนับสนุนสินเชื่อผู้ประกอบการยาง ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ยาง ผู้ประกอบการไม้ยางและผลิตภัณฑ์ โดนชดเชยดอกเบี้ย 3% ต่อปี วงเงินชดเชยรวมไม่เกิน 1,950 ล้านบาท วงเงินกู้ 65,000 ล้านบาท และ 2) สนับสนุนสินเชื่อให้สถาบันเกษตรกรเพื่อรวบรวมยาง จาก ธ.ก.ส. (วงเงินกู้รวม 10,000 ล้านบาท) โดยมีงบประมาณวงเงิน 11,950 ล้านบาท

รัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับความไว้วางใจจากนายกรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้เดินหน้าโครงการประกันรายได้เกษตรกรต่อไปเป็นปีที่ 3

ทีมประกันรายได้ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์โดยกรมการค้าภายในเป็นฝ่ายเลขาในการดูแลพืชเกษตร4 ชนิดมีนายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน รับผิดชอบ ส่วนกระทรวงเกษตรฝ่ายเลขาคือการยาง มีนายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย รับผิดชอบ

อย่างไรก็ตามการจัดสรรงบประมาณนั้นมีการกำชับให้เป็นไปโดยถูกต้องตามกฎหมายและสุจริตโปร่งใสสำหรับงบประมาณที่จัดสรรไว้หากช่วงใดที่ราคาพืชเกษตรตามกลไกตลาดสูงกว่าการประกันรายได้จะไม่มีการได้จ่ายส่วนต่าง ดังนั้นงบประมาณเหล่านั้นก็จะไม่ได้ใช้งบก็จะตกเป็นงบประมาณแผ่นดินต่อไป

แต่หากฤดูกาลใดในปีนั้นพืชผลซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักราคาตกต่ำกระทบกับเกษตรกรจำนวนมากก็ต้องคิดเงินส่วนต่างจ่ายตรงให้เกษตร คือใช้งบตามกลไกการประกันรายได้

“โครงการนี้ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนและตั้งแต่นายจุรินทร์เข้ามาบริหารงานร่วมกับรัฐบาลนี้หลังการเลือกตั้งครั้งที่แล้วทำให้ราคาพืชผลเกษตรยกระดับสูงขึ้นแม้จะฝากภาวะวิกฤตหลายวิกฤติในรอบ 2 ปีก็ตาม เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่โครงการได้รับเสียงปรบมือจากเกษตรกรและหลายฝ่าย ดิฉันถือนายจุรินทร์เป็นผู้นำทางด้านการประกันรายได้ช่วยเกษตรกรร่วม 8 ล้านครัวเรือน และเมื่อลงพื้นที่ก็ได้รับการตอบรับจากเกษตรกรอย่างล้นหลาม ท้วมท้น ” นางมัลลิกา กล่าวในตอนท้าย

ที่มา: https://www.thansettakij.com/economy/496448

บทความที่คุณน่าจะสนใจ

จดหมายข่าวปศุสัตว์ยั่งยืน (Sustainable Livestock Newsletter)  ปีที่ 4 ฉบับที่ 23 ประจำเดือน มิถุนายน – กรกฏาคม 2569

✨ ไฮไลท์ในฉบับนี้ 🌱 ความคืบหน้าด้านวัตถุดิบยั่งยืน ติดตามความก้าวหน้าโครงการ Fishery Improvement Project (FIP) ร่วมขับเคลื่อนการใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์และข้าวอย่างยั่งยืน ต้อนรับคณะผู้แทนการค้าถั่วเหลืองจากสหรัฐอเมริกา (U.S. Soybean Trade Mission) 🤝 กิจกรรมความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร TFMA และ TSFR ร่วมเป็นวิทยากรในงาน Responsible Seafood Summit 2026

จดหมายข่าวปศุสัตว์ยั่งยืน (Sustainable Livestock Newsletter) 📌 ปีที่ 4 ฉบับที่ 22 ประจำเดือน เมษายน – พฤษภาคม 2569

✨ ไฮไลท์ในฉบับนี้🌱 ความคืบหน้าด้านวัตถุดิบยั่งยืน🤝 กิจกรรมความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร📢 ข่าวประชาสัมพันธ์ 331

ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568

(9 เมษายน 2569) สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย ได้จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 ณ ห้องประชุมสุรศักดิ์ 2-3 ชั้น 11 โรงแรมอีสติน แกรนด์ สาทร โดยมีสมาชิกสมาคมเข้าร่วมประชุมทั้งสิ้น 29 บริษัท จากทั้งหมด 54 บริษัท… 452

ราคา

Price
วัตถุดิบอาหารสัตว์ต่อเดือน

ข้อมูล

Information
ประชากรสัตว์เเละภาษี

กฏระเบียบ

Rules and Regulations
พรบ.

บทความ

Research and Articles
งานวิจัยเเละอื่นๆ

Right Menu Icon