×

นักวิชาการตั้งคำถาม รัฐย้ำชัด! หมูไทยไม่หายไปไหน แล้วทำไม? ต้องนำเข้า

Please enter correct URL of your document.

กันยาพร สดสาย นักวิชาการด้านปศุสัตว์ เขียนบทความเรื่อง รัฐย้ำชัด “หมูไม่หาย” แล้วทำไมต้องนำเข้า แนะควรปล่อยกลไกตลาดทำงาน ชี้ 3 ปัจจัยเสี่ยงจะตามมาหากมีการอนุญาตให้นำเข้า

การอภิปรายทั่วไปของพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี โดยไม่มีลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ที่เพิ่งจบไป มีประเด็นซักถามหลัก 4 ประเด็น หนึ่งในนั้นคือเรื่องโรค ASF (อหิวาต์แอฟริกาในสุกร)

ประเด็นนี้ นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงโดยย้ำว่า ไม่ใช่เพราะหมูป่วยเป็นโรคที่ทำให้หมูราคาแพง แต่มีกระบวนการบิดเบือนกลไกตลาดทำให้แพง ยืนยันรัฐบาลไม่เคยปกปิดข้อมูลโรคระบาด ตรงกันข้ามรัฐได้หาทางแก้ไขอย่างเปิดเผยมาโดยตลอด

ที่สำคัญการที่ไทยสามารถส่งหมูมีชีวิตไปประเทศเพื่อนบ้านได้มากกว่า 3 ล้านตัว ในปี 2563 และอีก 1.4 ล้านตัว ในปี 2564 ดังนั้น จะปิดบังไม่ได้เลยว่าหมูเป็นโรค เพราะประเทศอื่นก็ตรวจอย่างจริงจังเช่นกัน

นอกจากนี้ ปี 2563-2564 ไทยมีหมูแม่พันธุ์ประมาณ 1.1 ล้านตัว สามารถขยายพันธุ์ได้ 1 แม่ ต่อ 20 ตัว ดังนั้น ในปี 2564 ที่ผ่านมา จึงมีหมูขุน 19 ล้านตัว ขณะที่คนไทยบริโภคหมูวันละ 5 หมื่นตัว เท่ากับในหนึ่งปีคนไทยกินหมูไปทั้งหมด 18 ล้านตัว อีก 1.3 ล้านตัว เป็นการส่งออก ตัวเลขหมูจึงไม่ได้หายไปไหน

ขณะเดียวกันการที่กรมปศุสัตว์และกระทรวงมหาดไทย ร่วมกันสำรวจสต๊อกหมูปูพรมทั่วประเทศ ทำให้ทราบว่าเหลือหมูถึง 12 ล้านตัว และในห้องเย็นกว่า 1,087 แห่ง มีเนื้อหมูในสต๊อก 25 ล้านกิโลกรัม ดังนั้น ไม่ใช่โรค ASF ที่ทำให้หมูตาย หมูขาดตลาด แล้วส่งผลให้เนื้อหมูราคาแพง เพราะปริมาณหมูยังอยู่ครบ

คำตอบนี้ชัดเจนว่าปริมาณหมูของไทยไม่ได้ขาดแคลน แต่ก็มิวายที่บางฝ่ายยังคงเดินหน้าเรียกร้องให้มีการนำเข้าเนื้อหมูจากต่างประเทศ อ้างว่าเพื่อเพิ่มสต๊อกหมูในประเทศ  แต่เมื่อภาครัฐยืนยันหนักแน่นเช่นนี้ ก็ทำให้คิดไปได้ว่า ฤาจะเรียกร้องเพื่อผลประโยชน์ของตนเองกันแน่ ทั้งที่รู้ดีว่าการมาของหมูนอกนั้น ไม่ต่างกับการผลักเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูให้ดิ่งเหว จากสารพัดความเสี่ยงที่ต้องเผชิญ

ความเสี่ยงแรก : เนื้อหมูต่างประเทศอาจนำพาโรคหมูเข้ามาด้วย อุตสาหกรรมหมูไทยจึงมีความเสี่ยงจากโรคต่างถิ่นที่มากับหมูนำเข้า หากเชื้อโรคปนเปื้อนและกระจายเข้าสู่ฝูงหมูของไทย ซึ่งทุกคนต่างได้เห็นตัวอย่างความเสียหายแล้ว จากโรค ASF ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

ความเสี่ยงที่ 2 : หมูต่างประเทศมีราคาต่ำกว่าไทยมาก จากต้นทุนการเลี้ยงที่ต่ำกว่า เนื่องจากประเทศในแถบยุโรปถือเป็นผู้เลี้ยงหมูรายใหญ่ของโลก รวมทั้งเป็นผู้ผลิตและผู้ส่งออกวัตถุดิบอาหารสัตว์รายใหญ่ด้วย ต่างจากไทยที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ ซึ่งปัจจุบันราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์เพิ่มขึ้นทุกชนิด โดยราคาเพิ่มสูงถึง 30-40% และมีแนวโน้มปรับขึ้นอีก หมูไทยจึงไม่อาจแข่งขันด้านราคากับหมูนอกได้

ความเสี่ยงที่ 3 : สารอันตรายที่อาจปนเปื้อนมากับเนื้อหมูนำเข้า เช่น สารเร่งเนื้อแดง ที่จะก่อโรคให้กับประชาชน และส่งผลกระทบทางด้านสาธารณสุขไทย

เมื่อรัฐยืนยันหนักแน่นว่าประเทศไทยไม่ขาดแคลนหมู การนำเข้าเนื้อหมูจึงไม่มีความจำเป็น และควรจะหลีกเลี่ยงความเสี่ยงดังกล่าวข้างต้น ด้วยการไม่ปล่อยให้หมูนอกเข้ามาขายปะปนหมูไทย และควรปล่อยกลไกตลาดทำงานดังเช่นที่ผ่าน ซึ่งทำให้ปริมาณหมูและการบริโภคกลับสู่สมดุล ราคาหมูจึงปรับตัวลดลงได้เองโดยไม่ต้องควบคุม หลังจากนี้ก็ต้องขอแรงผู้บริโภคให้หันมาบริโภคหมูเช่นเดิม เพื่อช่วยให้วงจรหมูกลับมาขับเคลื่อนได้อีกครั้ง

ที่มา: https://www.thansettakij.com/economy/514591

บทความที่คุณน่าจะสนใจ

จดหมายข่าวปศุสัตว์ยั่งยืน (Sustainable Livestock Newsletter)

📢 จดหมายข่าวปศุสัตว์ยั่งยืน (Sustainable Livestock Newsletter)📌 ปีที่ 4 ฉบับที่ 20 ประจำเดือน ธันวาคม 2568 – มกราคม 2569 ✨ ไฮไลท์ในฉบับนี้🌱 ความคืบหน้าด้านวัตถุดิบยั่งยืน🤝 กิจกรรมความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร👥 กิจกรรมด้านสังคม :แรงงาน📢 ข่าวประชาสัมพันธ์🆕 คอลัมน์ใหม่ “เสียงจากสมาชิก (Voice

📢✨ Newsletter สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย
ปีที่ 3 ฉบับที่ 19 | ประจำเดือน ต.ค.–พ.ย. 2568

อัปเดตความเคลื่อนไหวล่าสุดและกิจกรรมด้านการพัฒนาความยั่งยืนของสมาคมฯ 🌿 Highlight ประจำฉบับ ความคืบหน้าการดำเนินงานด้านวัตถุดิบยั่งยืน กิจกรรมความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร ข่าวสารและการประชาสัมพันธ์ที่น่าสนใจ 297

ผู้แทนสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย ในฐานะสมาชิก คณะพัฒนาระบบการผลิตสินค้าและผลิตภัณฑ์ประมงไทย (TSFR) ได้เข้าร่วมการประชุมโครงการ GoTFish

ผู้แทนสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย ในฐานะสมาชิก คณะพัฒนาระบบการผลิตสินค้าและผลิตภัณฑ์ประมงไทย (TSFR) ได้เข้าร่วมการประชุมโครงการ GoTFish เมื่อวันที่ 18–19 พฤศจิกายน 2568 ณ โรงแรม Novotel Bangkok Sukhumvit 20 กรุงเทพฯ จัดโดย FAO และ SEAFDEC เพื่อรับฟังทิศทางการดำเนินงานโครงการเพื่อวัตถุประสงค์การจัดการประมงอย่างยั่งยืนในพื้นที่อ่าวไทยรวมถึงบริเวณโดยรอบ และร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้แทนจากหลายประเทศและองค์กรระหว่างประเทศ การเข้าร่วมครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการ เชื่อมโยงแนวทางของ

ราคา

Price
วัตถุดิบอาหารสัตว์ต่อเดือน

ข้อมูล

Information
ประชากรสัตว์เเละภาษี

กฏระเบียบ

Rules and Regulations
พรบ.

บทความ

Research and Articles
งานวิจัยเเละอื่นๆ

Right Menu Icon